“ประวิตร” ลับฝีปากซักฟอก 10 นาที จวกนายกฯ ปล่อย ปชช.หนี้ท่วมหัว หุ้นดิ่งเหว ชี้ขาดคุณสมบัติสุจริตเป็นที่ประจักษ์ ลั่นประเทศชาติไม่ใช่เวทีของมือสมัครเล่น “อิ๊งค์” ตอบสวน “ที่พูดมาไม่เป็นความจริงค่ะ”
ที่รัฐสภา (24 มี.ค.) ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนที่ 2 ต่อจากนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งทันทีที่ พล.อ.ประวิตร ลุกขึ้นอภิปราย นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.พรรคเพื่อไทย ก็ลุกขึ้นประท้วง โดยระบุว่า ตั้งแต่ประชุมสภาฯ มายังไม่เคยเห็นสมาชิกคนนี้อภิปราย ซึ่งประธานสภาฯ ระบุว่า ไม่ผิดข้อบังคับ
จากนั้น พล.อ.ประวิตร อภิปรายต่อตามที่ขอเวลาไว้ 10 นาที โดย พล.อ.ประวิตร ระบุว่าในฐานะหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน พร้อมด้วย สส.พรรคพลังประชารัฐ ได้เข้าชื่อเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้มีพฤติการณ์อันไม่อาจไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินในฐานะนายกรัฐมนตรีได้ต่อไปอีก
โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่ผิดพลาดล้มเหลว วันนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ปัญหาปากท้องไม่ได้รับการแก้ไข อย่างที่รัฐบาลได้ให้คำมั่นสัญญา พนักงานถูกเลิกจ้าง บริษัทปิดกิจการจำนวนมาก ประชาชนหนี้ท่วมหัว ทั้งในระบบและนอกระบบ หนี้ครัวเรือนสูงถึง 104 % ราคาข้าวและพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ตลาดหุ้นดิ่งเหวในรอบ 3 ปี รัฐบาลไม่มีแนวทางอะไร ที่แก้ปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
“จริงๆ ผมพยายามเอาใจช่วยนายกรัฐมนตรี ให้แก้ปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องคนไทยให้สำเร็จ เพราะเห็นว่านายกรัฐมนตรีเคยบริหารธุรกิจมาก่อน คงมีประสบการณ์ที่จะมาช่วยประเทศชาติได้ แต่ปรากฎว่า นายกรัฐมนตรีไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น ซ้ำยังถอยหลังไปอีก จนจีดีพีของไทยรั้งท้ายในกลุ่มประเทศอาเซียน“ พล.อ.ประวิตร กล่าวและว่า
ที่สำคัญคือ การตัดสินใจที่ผิดพลาด ขาดความรู้ ความเข้าใจ เรื่องเศรษฐกิจ ด้วยการตัดงบประมาณ นับแสนล้านบาท ที่ควรอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่นายกรัฐมนตรีกลับเอาเงินก้อนนี้ไปใช้ แจกเงินหมื่น ซึ่งธนาคารโลก และกองทุน IMF ได้ออกมาเตือนแล้วว่าการแจกเงินหมื่นไม่ได้ผล แต่ควรกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆแทน ถ้านายกรัฐมนตรีได้ศึกษาข้อมูลเศรษฐกิจอย่างรอบคอบในทุกด้าน วันนี้คนไทยจะไม่ลำบาก ทุกข์ใจ ในเรื่องปากท้องอย่างแสนสาหัส
พล.อ.ประวิตร อภิปรายต่อว่า ตนเป็นห่วงประเทศชาติอย่างมาก และไม่สบายใจต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง คือเรื่องของ MOU 44 ที่วันนี้ท่านพาประเทศชาติไปสู่ความเสี่ยง เรื่องการสูญเสียดินแดนและทรัพยากรทางทะเลมูลค่ามหาศาล และที่น่าเศร้าใจคือ ลูกเรือประมงไทยที่นายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะพากลับประเทศไทย นี่ผ่านมา 4 เดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้กลับ ในฐานะที่ตนทำงานด้านความมั่นคงมาตลอดทั้งชีวิต ตั้งแต่ผู้บัญชาการทหารบก รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตนทราบดีว่า การดำเนินงานด้านความมั่นคงไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจในหลายมิติมาก
“ผมเห็นใจนายกรัฐมนตรีที่ต้องเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องที่ท่านไม่มีประสบการณ์ แต่เรื่องความมั่นคงของชาติสำคัญอย่างยิ่ง ประเทศชาติไม่ใช่เวที ให้มือสมัครเล่น มาซ้อมมือ” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ทั้งนี้ การบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะร่างกฎหมายประกอบธุรกิจ สถานบังเทิงครบวงจร หรือที่เรียกกันว่า “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ที่รัฐบาลพยายามจะผลักดัน มันมีช่องให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องได้อย่างมาก ตนขอย้ำว่า โครงการนี้อันตรายอย่างที่สุด เพราะจะทำให้เกิดธุรกิจสีเทาตามมาอีกมาก ซึ่งทุกวันนี้การปล่อยปละละเลยในเรื่องต่างๆ ก็ส่งผลให้ไทยกลายเป็นแหล่งฟอกเงินของธุรกิจสีเทา และปัญหาอาชญากรรมมากมาย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) (5) ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะเรื่องการถือหุ้นบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด ตลอดจนการปล่อยปละละเลย ให้บุคคลในครอบครัวกระทำการ ให้เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตน เรื่องนี้ขอให้เป็นการตรวจสอบขององค์กรที่เกี่ยวข้องต่อไป ผลเป็นเช่นไร ตนเชื่อว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินท่านเอง
“ทั้งหมดที่ผมกล่าวมา ไม่ใช่การกล่าวด้วยอคติ แต่ข้อมูลหลักฐานต่างๆ สส.พรรคพลังประชารัฐอีก 4 ท่านจะนำเสนอในรายละเอียดต่อไป ผมขอขอบคุณ สส.ทุกท่านในที่นี้ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี และประชาชนทุกคน ที่รับฟังในสิ่งที่ผมพูด ผมเป็นคนพูดไม่เก่ง อาจไม่กระฉับกระเฉงเท่าตอนเป็นหนุ่มๆ ผมจึงใช้ใจบันดาลแรง บริหารประเทศให้สำเร็จมาได้หลายอย่าง ส่วนนายกรัฐมนตรีเป็นคนหนุ่มสาวที่ยังมีแรง ผมเชื่อว่าถ้าท่านบริหารประเทศด้วยสติปัญญา มีความอ่อนน้อม แต่หนักแน่นในหลักการ ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าครอบครัว พวกพ้อง ผมเชื่อว่าประชาชน จะชื่นชมและยอมรับท่านเองครับ ขอให้โชคดี” พล.อ.ประวิตร กล่าวทิ้งท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันที่ พล.อ.ประวิตร อภิปรายจบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีสมาชิกฝ่ายค้านขึ้นมาอภิปรายในประเด็นต่างๆ ต่อจากนี้อีกหลายท่าน และตนเองพยายามจะตอบทุกๆ หัวข้อ จะได้มีความสบายใจเกิดขึ้น
“สำหรับสมาชิกหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐผู้อาวุโส ตนเองได้ฟังท่านพูดและจับเวลานาฬิกาด้วยตัวเอง ท่านพูดประมาณ 10 นาที และอยากจะบอกว่า ที่ท่านสมาชิกอาวุโสพูดเมื่อสักครู่นี้ไม่เป็นความจริงค่ะ” น.ส.แพทองธาร กล่าวพร้อมยิ้มมุมปาก ก่อนจะลงนั่งเก้าอี้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี