“อัยการธนกฤต” ชี้แผ่นดินไหว ทำตึก สตง.ถล่ม สัญญาระบุชัด “อิตาเลียนไทย-ไชน่า เรลเวย์” ต้องลงทุนสร้างตึกใหม่ทดแทนเอง พร้อมจ่ายค่าชดเชยให้ผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บ
ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์พิเศษผู้บรรยายวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความ และกฎหมายพยานหลักฐาน ให้ความเห็นทางกฎหมายผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว กรณีที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ พังถล่มลงมาหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยระบุถึงความรับผิดของผู้รับจ้างกรณีตึก สตง.ถล่ม
ทั้งนี้ มีกิจการร่วมค้า “ไอทีดี-ซีอาร์ซีซี” ซึ่งร่วมค้ากันระหว่างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทลูกของ “ไชน่า เรลเวย์” รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีน เป็นผู้รับจ้างก่อสร้างจากการเสนอราคาต่ำสุดด้วยวงเงิน 2,136 ล้านบาท
หลังอาคารถล่มลงมา มีประเด็นเรื่องความรับผิดของ “ผู้รับจ้าง” ตามสัญญาจ้างก่อสร้างที่น่าสนใจ ซึ่งขอให้ความเห็นส่วนตัวทางวิชาการเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้ที่สนใจ และเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องดังนี้
ดร.ธนกฤต ระบุ ขอตั้งสมมติฐานในการเขียนเรื่องนี้ว่า สตง. กับกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์ซีซี ทำสัญญาจ้างก่อสร้างโดยใช้แบบสัญญาจ้างก่อสร้าง ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และในส่วนของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างนั้นเป็นไปตามแบบเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ให้ความเห็นชอบแล้ว ซึ่งเป็นปกติของหน่วยงานของรัฐในการทำสัญญาจ้างก่อสร้างที่จะทำสัญญาตามแบบดังกล่าว โดยการจ่ายเงินค่าจ้างก่อสร้างเมื่อพิจารณาจากเนื้องานแล้ว น่าจะเป็นการจ่ายค่าจ้างที่เป็นราคาเหมารวม โดยกำหนดการจ่ายเงินค่าจ้างเป็นงวดๆ

กรณีตึกถล่ม ใครต้องรับผิดชอบจ่ายเงินสร้างตึกใหม่
ตามแบบสัญญาจ้างก่อสร้างข้อ 11 วรรคสอง หากการที่ตึกถล่มลงมาเป็นเพราะความผิดของผู้รับจ้าง รวมทั้งเป็นเพราะเหตุสุดวิสัยจากการเกิดแผ่นดินไหว แต่หากยังไม่มีการส่งมอบงานครั้งสุดท้าย “ผู้รับจ้าง” ต้องรับผิดในการก่อสร้างขึ้นมาใหม่ ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง จะเรียกร้องเงินค่าจ้างก่อสร้างเพิ่มเติมจาก สตง. ไม่ได้
เว้นแต่การที่ตึกถล่มพังลงมานั้นเกิดจากความผิดของ สตง. “ผู้ว่าจ้าง” และตามแบบสัญญาจ้างก่อสร้าง ข้อ 13 กำหนดไว้ว่า ผู้รับจ้างจะมาอ้างเหตุจากการมีคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน เพื่อให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดตามสัญญาไม่ได้ (การก่อสร้างอาคารที่ทำการ สตง.แห่งใหม่นี้ มีกิจการร่วมค้า PKW เป็นผู้ควบคุมงาน)
ทั้งนี้ ตามแบบสัญญาจ้างก่อสร้างข้อ 12 วรรคสาม กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยให้ลูกจ้างทุกคนที่จ้างมาทำงาน และข้อ 11 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ผู้รับจ้าง “ต้องรับผิด” ต่ออุบัติเหตุ ความเสียหาย หรือภยันตรายใดๆ อันเกิดจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และต้องรับผิดในความเสียหายจากการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับจ้าง ดังนั้น คนงานที่ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต ก็จะได้รับเงินเยียวยาความเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้รับจ้างทำไว้ให้ และตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหาย เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น