“ซูเปอร์โพล” แง้มผลสำรวจ แยกกลุ่มไหน “หนุน-ไม่หนุน” เปิดซักฟอก “วัยรุ่น-วัยทำงาน” เกินครึ่ง 52.8% หนุน “นายกฯ อิ๊งค์” อยู่ต่อจนครบวาระ ขณะที่วัยเกษียณส่วนใหญ่ไม่เอารัฐบาลชุดนี้ โพลชี้ “พึงพอใจรัฐบาล” 5 อันดับแรก มากที่สุดคือ ธุรกิจท่องเที่ยว-บริการ รองลงมาเรื่องปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ความร่วมมือต่างประเทศ ปราบยาเสพติด และแจกเงินดิจิทัล ตามลำดับ
สำนักวิจัย “ซูเปอร์โพล” เสนอผลสำรวจเรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” โดยมีประชาชนทั่วไปทุกสาขาอาชีพเป็นผู้ตอบแบบสอบถาม รวม 1,125 ตัวอย่าง โดยผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 44.7 “เห็นด้วย” กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ ร้อยละ 40.2 ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 15.1 ไม่มีความเห็น
เมื่อแบ่งออกตามช่วงอายุ พบว่า กลุ่มวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะไม่สนับสนุนการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุด ร้อยละ 45.1 ซึ่งอาจสะท้อนถึงการรับข้อมูลข่าวสารและทัศนคติที่แตกต่างจากกลุ่มอื่น ในทางกลับกัน กลุ่มวัยเกษียณมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุด ร้อยละ 51.8 อาจเนื่องมาจากการให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของรัฐบาลปัจจุบัน ขณะที่กลุ่มวัยทำงานมีการแบ่งความคิดเห็นออกเป็นสองฝ่าย โดยมีสัดส่วนของผู้ที่สนับสนุน ร้อยละ 42.5 และไม่สนับสนุน ร้อยละ 41.3 ใกล้เคียงกัน สะท้อนถึงมุมมองที่แตกต่างกันภายในกลุ่มประชากรที่เป็นกำลังแรงงานหลักของประเทศ
เมื่อถามถึงการสนับสนุนให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 52.8 สนับสนุนให้อยู่ต่อ ในขณะที่ร้อยละ 30.5 ไม่สนับสนุน และร้อยละ 16.7 ไม่มีความเห็น
เมื่อจำแนกแบ่งออกตามช่วงอายุ พบว่า วัยรุ่นเป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลให้อยู่ครบวาระมากที่สุด มากถึงร้อยละ 58.6 ซึ่งอาจเกิดจากการที่พวกเขามีมุมมองในระยะยาวต่อสถานการณ์ทางการเมือ
กลุ่มวัยเกษียณส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.6 ไม่สนับสนุนรัฐบาลอยู่ครบวาระ ซึ่งอาจสะท้อนถึงช่องว่างของความคาดหวังและความพึงพอใจของกลุ่มผู้เกษียณอายุ และความไม่มั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลรวมถึงความสามารถในการแก้ปัญหาสังคม
ขณะที่ วัยทำงานมีมุมมองที่ค่อนข้างน่าสนใจ โดยร้อยละ 47.2 สนับสนุนรัฐบาลให้อยู่ครบวาระ ในขณะที่ร้อยละ 35.1 ไม่สนับสนุนอยู่ครบวาระ ซึ่งอาจจะแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจและการเห็นการทำงานของรัฐบาลจากกลุ่มคนวัยทำงานที่เข้าใจสถานการณ์บ้านเมือง ในขณะที่กลุ่มคนไม่สนับสนุน น่าจะมาจากความรู้สึกยังไม่เชื่อมั่นและไม่แน่นอนในกลุ่มประชากรที่รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจของประเทศและปัญหาปากท้องของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ซูเปอร์โพล ยังค้นพบ 5 อันดับแรกของความพอใจผลงานของรัฐบาล ได้แก่ อันดับ 1 ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ ร้อยละ 68.5 อันดับ 2 ได้แก่ การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ร้อยละ 63.2 อันดับ 3 ได้แก่ ความร่วมมือต่างประเทศ ร้อยละ 55.8 อันดับ 4 ได้แก่ ปราบปรามยาเสพติด ร้อยละ 50.3 และอันดับ 5 ได้แก่ เงินดิจิทัล แจกเงิน ร้อยละ 47.1 ตามลำดับ
