Home Feature ‘สิระ’ อ่วม! คุก 1 ปีไม่รอลงอาญา ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปี ‘คดีลักไก่’ ลงสมัคร สส.กทม.

‘สิระ’ อ่วม! คุก 1 ปีไม่รอลงอาญา ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปี ‘คดีลักไก่’ ลงสมัคร สส.กทม.

by admin

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา “สิระ เจนจาคะ” เข้าลักษณะต้องห้ามสมัคร สส.กทม. ทั้งที่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน แถมสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 903 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.3200/2566 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิระ เจนจาคะ อดีต สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นจำเลยฐานกระทำผิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจำเลย 20 ปี

อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 จำเลยได้บังอาจลงลายมือชื่อสมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต 9 กทม.โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่า ไม่มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็น สส. อันเป็นลักษณะต้องห้าม เนื่องจากจำเลยเคยต้องโทษคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลแขวงปทุมวัน ให้จำคุก 4 เดือนฐานฉ้อโกง อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามคดีอาญาหมายเลขดำ อ.812/2538 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2218/2538 ลงวันที่ 21 พ.ย.2538 การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เหตุเกิดที่แขวง-เขตดินแดง กทม. จำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว โดยวันนี้นายสิระเดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศให้ผู้ประสงค์เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2562 จำเลยได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 9 พรรคพลังประชารัฐ ต่อมาจำเลยได้รับเลือกตั้ง

จากนั้นวันที่ 17 ธันวาคม 2563 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกสภาพของจำเลยนั้นสิ้นสุดลงหรือไม่ เนื่องจากปรากฏว่าจำเลยมีคุณสมบัติขาดคุณสมบัติรองรับสมัครการเลือกตั้ง เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลแขวงปทุมวัน คดีทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์เป็นเวลา 4 เดือน ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกสภาพของจำเลยได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2562 การกระทำของจำเลยเป็นการเป็นการฝ่าฝืนการเลือกตั้งโดย กกต.ได้ทำการไต่สวน โดยให้เพิกถอนจำเลยและดำเนินคดีอาญากับจำเลย เนื่องจากเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติลงรับสมัครการเลือกตั้ง

ศาลเห็นว่าคำเบิกความของพยานโจทก์และพยานหลักฐานพบว่าจำเลยต้องโทษคำพิพากษาถึงที่สุดที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลย ต่อศาลแขวงปทุมวันว่าคดีที่ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน กล่าวหาจำเลยข้อหาฉ้อโกงทรัพย์จำนวน 200,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 เป็นความผิด 2 กระทง จำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 8 เดือน คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลย 4 เดือน ไม่รอลงอาญา

โดยศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าจำเลยต้องโทษคำพิพากษาคดีถึงที่สุดของศาลแขวงปทุมวันจำเลยจึงเป็นบุคคลต้องห้ามลงรับสมัครเลือกตั้ง สส.ตามกฎหมาย

ทั้งนี้ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปว่าจำเลยรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติและต้องห้ามในการลงรับสมัครการเลือกตั้ง ตั้งแต่เริ่มรับสมัครเลือกตั้งแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามีน้ำหนัก  น่าเชื่อถือเพียงพอส่วน ข้อต่อสู้ของจำเลยที่อ้างว่า ไม่มีผู้ใดคัดค้าน เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานโจทย์ได้เชื่อว่า จำเลยรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติรับสมัครการเลือกตั้ง เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการรับสมัครเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 มาตรา 4,42 (12) ,151 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา และให้เพิกถอนสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง 20 ปีนับตั้งแต่วันมีคำพิพากษา 

ต่อมาทนายความของนายสิระ ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์

Related Articles